Club Motorbike

ข่าวสารวงการ มอเตอร์ไซต์ ตั้งแต่รุ่นเล็กไปยันรุ่นใหญ่ อัพเดตทุกความเคลื่อนไหวของเรื่อง 2 ล้อ ต่อเนื่อง ห้ามพลาดข่าวสารต่างๆ อัพเดทต่อเนื่องทุกค่าย Honda, Yamaha, Kawasaki, Ducati, Triumph ครบทุกค่ายดัง

เรนเดอร์แรกอย่างไม่เป็นทางการของ 2023 Kawasaki Ninja E-1

เรนเดอร์แรกอย่างไม่เป็นทางการของ 2023 Kawasaki Ninja E-1
Spread the love

เรนเดอร์แรกอย่างไม่เป็นทางการของ 2023 Kawasaki Ninja E-1

เรนเดอร์แรกอย่างไม่เป็นทางการของ 2023 Kawasaki Ninja E-1

 

เรนเดอร์แรกอย่างไม่เป็นทางการของ 2023 Kawasaki Ninja E-1  สำหรับเรื่องราวที่เราจะมานำเสนอให้ทุกคนได้ดูกันในวันนี้นั้น ต้องบอกเลยว่าน่าจะใกล้เคียงกับความเป็นจริงไปทุกขณะแล้ว สำหรับผลิตภัณฑ์สปอร์ตไบค์ที่ใช้ขุมกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าจากค่ายยักษ์เขียว Kawasaki กับเจ้า Ninja E-1 ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าตัวรถนั้นผ่านการพัฒนาจะเสร็จสมบูรณ์และใกล้ที่จะเปิดตัวและการประกาศการจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แซงหน้าคู่แข่งหลายๆ เจ้า

โดยที่ในครั้งนี้ก็เป็นทางด้านของ Kawasaki ที่ได้ทำการออกมาประกาศอย่างเป็นทางการไปแล้วว่า “EV Project” มาตั้งแต่ปี 2019 ที่งาน EICMA Show ที่ประเทศอิตาลี แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ทำให้ผู้พัฒนาต้องชะลอโครงการออกไป จนกระทั่งในงาน Tokyo Motor Show เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา Kawasaki ก็ประกาศความคืบหน้าของการพัฒนาโครงการ พร้อมกับการประกาศถึงผลิตภัณฑ์รูปแบบพลังงานไฟฟ้าของบริษัท ที่จะนำเสนอสู่ตลาด 10 รุ่น ภายในปี 2025 นี้

VMhvw1.jpg

จากการประกาศโครงการ “EV Projevt” นั้น Kawasaki ได้นำเอา Ninja 250 มาทำการถอดเครื่องยนต์ออกเปลี่ยนเป็นมอเตอร์ขับกำลังไฟฟ้า เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ เพื่อให้สามารถติดตั้งแบตเตอรี่ได้ โดยตัวรถในตอนเริ่มต้นการทดสอบนั้น จะมาพร้อมกับมอเตอร์ขับกำลังไฟฟ้าขนาด 10 kW ซึ่งจะเทียบเท่ากับกำลังของรถมอเตอร์ไซค์ในคลาส 125-150 ซีซี และจุดที่น่าสนใจของตัวรถทดสอบนี้คือการติดตั้งชุดเกียร์ 4 สปีด ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีผู้ผลิตไม่มากที่จะยกชุดส่งกำลังในมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ส่วนใหญ่จะเลยระบบส่งกำลังแบบ Twist and Go หรือบิดแล้วพุ่งไปเลย

แต่อีกหนึ่งปัจจัยทีเป็นส่วนสำคัญในครั้งนี้ ก็น่าจะเป็นอีกไม้เด็ด ที่เตรียมนำเอามานำเสนอเกี่ยวกับเรื่องราวของตัวรถ นั้นก็คือการติดตั้งระบบ Eegenerative Brake ที่จะเป็นตัวช่วยในการปรับปรุงการให้กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า ที่จะสอดคล้องกับกำลังที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่ช่วยเวลานั้น ซึ่งระบบจะทำการปรับจูนให้การหมุนของมอเตอร์กำลังไฟฟ้า มีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานจากแบตเตอรี่ที่เป็นไปตามจำนวนที่เหลืออยู่ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการประหยัดพลังงานรวมไปถึงการปรับเปลี่ยนสมรรถนะของตัวรถเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เข้าถึงการใช้งานที่ง่ายกว่า

 

 

อัพเดตทุกความเคลื่อนไหวของเรื่อง 2 ล้อ

ที่มา : greatbiker